บทที่ 4 เริ่มก่อนได้เปรียบ

มารดาของต้าเปียวอ้าปากค้างที่เห็นม่านม่านนางสั่งสอนบุตรเช่นนี้

“สู้ไม่ได้ เขาตัวใหญ่กว่าข้า แต่ข้าก็ได้ตีเขาไปก่อนหนึ่งที”

“ดี เริ่มก่อนได้เปรียบ แต่จำไว้ เจ้าตัวเล็กกว่ามิใช่จะสู้ไม่ได้ ต่อไปข้าจะสอนเจ้าเอง แม่ต้าเปียวเอาเป็นว่าเรื่องเด็กตีกัน เป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าไม่เอาความ แต่ว่า...ต้าเปียวเจ้าอาบน้ำบ่อยๆ ก็ดี พวกเจ้าเข้าเรือนได้แล้ว ไปอาบน้ำใหม่เดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าไม่ให้กินข้าวแน่ เหม็นชะมัด” ม่านม่านพาเด็กทั้งสองเข้าเรือน ทิ้งให้ต้าเปียวกับมารดายืนอ้าปากตาค้างอยู่ที่หน้าประตู

“ท่านแม่ น้ำในโอ่งหมดแล้วขอรับ” กงหนิงอวี่เดินคอตกกลับมา เขาคงอดกินข้าวกลางวันเสียแล้ว

“มานี่...ต่อไปนี้สิ่งที่พวกเจ้าเห็นห้ามนำไปพูดที่ใด แม้แต่ท่านพ่อของเจ้าก็ด้วย เข้าใจหรือไม่” นางมองสองพี่น้องอย่างข่มขู่

เด็กทั้งสองเห็นความเก่งการของท่านแม่ที่หน้าประตูเรือนเมื่อครู่แล้ว อีกทั้งม่านม่านนางยังพูดว่าจะสอนให้กงหนิงเจี้ยนต่อสู้เป็นเขาเลยเชื่อฟังนางเป็นพิเศษ เมื่อเห็นเด็กทั้งสองพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ม่านม่านจึงพาทั้งสองเข้าไปในมิติ

เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงหน้า ที่ไม่ใช่เรือนที่ตนอยู่เมื่อครู่ สองพี่น้องก็ร้องโวยวายออกมาเสียงดัง

“เงียบ!!! แล้วตามข้ามา” ม่านม่านตวาดเสียงดัง จนพวกเขาต้องกลืนเสียงร้องลงท้องไป

สายตาเด็กแฝดกวาดมองไปยังรอบข้างอย่างสนใจ พร้อมทั้งเดินตามม่านม่านไปอย่างว่าง่าย นางพาเด็กทั้งสองไปที่ห้องอาบน้ำ เปิดน้ำใส่ในอ่างเพื่อให้พวกเขาเล่นกันอย่างเต็มที่

“อวี่เออร์มานี่ก่อน” นางลากตัวกงหนิงอวี่ที่เปื้อนโคลนไปทั้งตัว มาล้างคราบดินโคลนออกก่อนที่จะให้เขาลงไปเล่นน้ำในอ่าง

“ข้าจะไปทำอาหาร พวกเจ้ารีบเล่นรีบขึ้นเล่า”

“ขอรับท่านแม่/ขอรับท่านแม่” แม้แต่กงหนิงเจี้ยนก็ตอบรับเสียงใส

ม่านม่านกดยิ้มที่มุมปาก เพียงแค่นี้ก็ทำให้เด็กทั้งสองเชื่อฟังได้แล้ว

เด็กแฝดทั้งสองว่าง่ายยิ่งนัก พวกเขาเล่นน้ำกันเพียงไม่นานก็ขึ้นมาเช็ดตัวแล้วใช้ผ้าขนหนูพันตัวลวกๆ ก่อนจะเดินไปหาม่านม่านที่ห้องครัว

“พวกเจ้า ฮ่า ฮ่า” เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีของสองชีวิตที่นางหัวเราะออกมาเสียงดังเช่นนี้ เมื่อเห็นฝาแฝดพันผ้าขนหนู แล้วใช้มือยึดจับปิดส่วนสงวนเอาไว้ค่อยๆ เดินมาหานางด้วยกลัวว่ามันจะหลุดออกมา

ม่านม่านจึงเดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วช่วยพันเสียใหม่ “เสื้อผ้าของพวกเจ้ากำลังซักอยู่ ใช้ผ้าขนหนูห่อตัวไปก่อน ข้าวใกล้เสร็จแล้ว พวกเจ้าไปนั่งรอกันก่อน” นางพาทั้งสองเดินไปนั่งรอที่โซฟา แล้วยังเปิดการ์ตูนให้พวกเขาดูฆ่าเวลาอีกด้วย

สองฝาแฝดที่ไม่เคยเห็นโทรทัศน์ ทั้งยังมีรูปภาพเคลื่อนไหวได้ ต่างก็นั่งนิ่งมองด้วยความสนใจ การ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา เรียกความสนใจจากสองพี่น้องเอาไว้ได้มากนัก

ตอนที่ม่านม่านนางยกอาหารมาวางที่โต๊ะร้องเรียกให้พวกเขามากินข้าว สายตาของเด็กทั้งสองยังคงมองจ้องที่โทรทัศน์ไม่ละสายตาจนเดินมาถึงโต๊ะอาหาร

“หากพวกเจ้าเป็นเด็กดี ข้าจะให้พวกเจ้าดูอีก”

“จริงหรือขอรับ อวี่เออร์เป็นเด็กดีมากท่านแม่” กงหนิงอวี่กอดแขนม่านม่านเอาไว้แน่น

“ข้า ข้าเองก็จะเป็นเด็กดีกับท่านแม่” กงหนิงเจี้ยนก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ก่อนหน้านี้เขาต่อว่ามารดาหลายหน ไม่รู้ว่านางจะยังโกรธอยู่หรือไม่

“ดีมาก หากคืนนี้พ่อเจ้ายังไม่กลับ พวกเราจะเข้ามาในนี้กันใหม่ ตอนนี้รีบกินข้าวเสียก่อน จะได้ออกไปรอพ่อเจ้าด้านนอก”

เป็นครั้งแรกที่สองฝาแฝดไม่อยากให้บิดากลับมาที่เรือนเร็วนัก ด้วยต้องการกลับเข้ามาดูการ์ตูนที่ยังดูค้างเอาไว้ต่อ

หลังจากที่ทั้งสามกินข้าวเสร็จก็ออกไปด้านนอกเพื่อรอกงเพ่ยจิ้นออกมาจากป่า แต่รอจนฟ้ามืดก็ยังไม่เห็นเขากลับมา สองแฝดก็รบเร้าให้ม่านม่านพาพวกเขาเข้าไปดูการ์ตูน นางจึงได้พาทั้งสองเข้าไปนอนด้านใน

“ดูได้แค่ตอนเดียว หากจบแล้วพวกเจ้าต้องเข้านอน หากไม่เชื่อข้า ต่อไปพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ดูอีก” ทั้งสองพยักหน้าราวกับไก่จิก

ม่านม่านไปเทนมมาให้พวกเขาคนละแก้ว ก่อนจะทิ้งพวกเขาให้นั่งดูการ์ตูนต่อไปนาง ส่วนนางเข้าไปจัดเตรียมที่นอนให้ฝาแฝดทั้งสองคน ภายในห้องพักของนางมีเพียงห้องนอนเพียงห้องเดียว จึงต้องให้พวกเขานอนด้วยกันกับนาง

“ท่านแม่ จบแล้วขอรับ” กงหนิงอวี่เดินขยี้ตาเข้ามาภายในห้องนอน

“ปิดเรียบร้อยแล้วหรือยัง” นางสอนให้พวกเขาปิดเปิดโทรทัศน์ไปแล้ว

“ปิดแล้วขอรับ” กงหนิงเจี้ยนปิดปากหาว

“ไปแปรงฟันเสียก่อน”

ทั้งสองง่วงจนไม่อยากจะไปแปรงฟัน แต่ยังเชื่อฟังคำพูดของม่านม่าน นางอดเห็นใจที่พวกเขาเป็นเด็กดีเช่นนี้ไม่ได้ จึงเข้าไปภายในห้องน้ำแล้วช่วยแปรงฟันให้ทีละคน ก่อนจะพาออกมาขึ้นเตียงนอน

เป็นครั้งแรกของม่านม่านเลยก็ว่าได้ ที่ต้องนอนร่วมกับเด็กแบบนี้ ฝาแฝดทั้งสองนอนอยู่ด้านข้างของนาง ต่างก็ซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา ที่แทบจะไม่เคยได้นอนด้วยเลยสักครั้ง กลิ่นกายของมารดาที่โหยหามานาน เมื่อสูดดมเพียงครู่เดียว ทั้งสองก็หลับสนิทไปทันที

ต่างจากม่านม่านที่ยังคงนอนเม้มปากแน่น ช่างไม่ชินเอาเสียเลย นางมองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา “คงเป็นกรรมที่ฆ่าคนมาไม่น้อย ถึงต้องมาชดใช้ให้พวกเจ้าสองคนเช่นนี้” นางถอนหายใจออกมา ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็เข้าร่วมไปเสียเลย เด็กทั้งสองก็มิได้สั่งสอนไม่ได้สักหน่อย นางดึงตัวพวกเขาเข้ามาในอ้อมแขนแล้วหลับตามเด็กทั้งสองไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป